
พช.นราธิวาส จัดใหญ่!
"พลังสตรีส่งเสริมศิลปาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน" บูรณาการเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
วันที่ 7 เมษายน 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด “พลังสตรีส่งเสริมศิลปาชีพ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน” พร้อมด้วยนางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายวัชระ ธรรมปัญญาสกุล ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และกลุ่มเป้าหมายเครือข่ายสตรี เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 500 คน
นางสาวสุนีย์ มาหะ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า การจัดโครงการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนให้แก่ประชาชนในจังหวัดนราธิวาส โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 งานหลักของกรมการพัฒนาชุมชน ได้แก่ งานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี งานศิลปาชีพ และงานหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับกิจกรรมภายในงาน เต็มไปด้วยความรู้และการส่งเสริมศักยภาพในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย:
* การเสวนาพิเศษ ในหัวข้อ "รอบรู้กองทุน ส่งเสริมการตลาด เกิดประโยชน์ กฎหมายคุ้มครอง"
* พิธีเชิดชูเกียรติ การมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ สตรีดีเด่นระดับจังหวัด และกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่นระดับจังหวัด รวม 26 รางวัล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติดีเด่น
* นิทรรศการและการสาธิต ชมการสาธิตสินค้าจากกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นิทรรศการกลุ่มศิลปาชีพ และนิทรรศการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก Collection 2026" รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP ของดีจังหวัดนราธิวาส
* การแสดงสุดพิเศษ ชุดรำถวายอาลัย และการแสดงปันจักสีลัต จากทีมชาติไทยเจ้าของรางวัลเหรียญทองซีเกมส์
* Talk Show ติดปีกความรู้ การบรรยายในหัวข้อ "การทำตลาดออนไลน์ ออฟไลน์ ให้เป็น Influencer ในชุมชนของตนเอง เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในเศรษฐกิจฐานราก"
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "พลังสตรี" จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนงานศิลปาชีพและสินค้าชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับทักษะด้านการตลาดสมัยใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดนราธิวาสให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป